ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Mitsubishi

ป้ายโฆษณา ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ผู้เขียน หัวข้อ: เข้าเกียร์ N หรือ ค้าง D แบบไหน ถนอมเครื่องดีกว่ากัน มาดู  (อ่าน 25960 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Ar.Thana

  • AC No.006
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 385
  • กระทู้: 1791
  • พลังน้ำใจ : 77
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: อ๋า
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
  • Mitsubishi Attrage (GLX CVT)
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1
 Share 



    ข้อถกเถียงที่ไม่มีวันที่สิ้นสุดนี้ เป็นเหมือนเรื่องราวไก่กับไข่ ที่เถียงกันมายาวนาน ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็มีเหตุผลมาสนับสนุน และไม่เพียงแต่ในไทยเท่านั้นแต่ที่ต่างประเทศก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่งเป็นข้อกังขากันมาอย่างยาวนาน จนแทบจะพูดว่านี่คือคำถามสุดคลาสสิคของเกียร์อัตโนมัติกันลยทีเดียว

                คำถามที่ชวนเถียงกันทะเลาะกันเปล่าๆนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าขำขัน เมื่อระบบเกียร์อัตโนมัติ ถูกผลิตขึ้นมาให้มีตำแหน่งเกียร์ที่สำคัญ คือ  P R N D  และ บ้างก็จะมีตำแหน่งเกียร์พิเศษขึ้นมาเพื่อสนองตอบต่อการใช้งานเช่น  D3  , 2 , และ 1 ซึ่งการมีตำแหน่ง N  ที่เท่ากับเกียร์ว่าง ทำให้หลายคนได้รับความเข้าใจมาแบบผิดว่า การเข้าตำแหน่งเกียร์จะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพมากกว่านี้ จะก่อให้เกิดผลต่อการทำงานของระบบเกียร์มากกว่า และวันนี้เรามี 3  เหตุผลที่คุณควรเปลี่ยนเกียร์มาตำแหน่ง  N  เมื่อมีโอกาส ตราบเท่าที่คุณมองว่าสมควร

1.       ปลอดภัยมากกว่า ทุกครั้งที่คุณเหยียบเบรกเข้าเกียร์  D  แม้รถจะหยุดนิ่ง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่มันจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในการจราจรติดขัด  ที่คุณอาจจะเผลอเรอได้เพียงแค่คุณผ่อนน้ำหนักที่แป้นเบรก นิดเดียว รถที่อยู่ในตำแหน่ง  D  ก็พร้อมที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าทันที ดังนั้น หากรถติดติดขัดสาหัสมากนานหลายนาที การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ มายัง  N  ย่อมจะทำให้คุณปลอดภัยมากกว่าอย่างปฏิเสธไม่ได้

2.       เรื่องสึกหรอ จริงหรือเปล่าที่จะช่วย แม้จะไม่มีข้อพิสูจน์ที่ฟันธงกันไปเลยว่า การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ จากตำแหน่งเกียร์  D  ไป  N  จะมีผลต่อกระบวนการสึกหรอของชุดเกียร์มากน้อยเพียงใด แต่ข้อเท็จจริงทางด้านเทคนิคในรถยนต์เกียร์อัตโนมัตินั้น คือ ทุกครั้งที่คุณเข้าตำแหน่งเกียร์ขับเคลื่อน ตัวชุด  Torque Covertor จะถูกเชื่อมเข้ากับชุดฟลายวีลที่ด้านหลังเครื่องยนต์ 

หากแต่ที่รถไม่ขับเคลื่อนนั้น เพราะว่า มีแรงเบรกมากพอที่จะเอาชนะแรงบิดจากเครื่องยนต์ ซึ่งยังไม่มีแรงบิดมากนักที่กำลังเครื่องยนต์รอบเดินเบา ทำให้รถหยุดนิ่งกับที่ได้ ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่คุณเข้าเกียร์  D  แล้วเหยียบเบรกไว้ จะมีการใช้งานระบบเบรกอย่างเต็มที่เพื่อเอาชนะแรงจากเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถสร้างการเสื่อมสภาพให้กับเบรก ได้ในระยะยาวอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะชุดหม้อลมและท่อทางเดินน้ำมันที่จะรับแรงดันเป็นเวลานานๆ ต่อเนื่อง

เช่นเดียวกัน การคงตำแหน่งเกียร์ที่ D ในส่วนของตัวเกียร์เองก็ทำให้ชุด  Torque convertor  ถูกต่อติดกับเครื่องยนต์ตลอดเวลาและ ภายในเจ้าตัวแปลงกำลังเครื่องยนต์นี้ก็มีการหมุนเวียนน้ำมันเกียร์เช่นกัน ซึ่งจุดนี้เองที่ทำมีการถกเถียงกันว่าเกียร์จะเสื่อมสภาพถ้าค้างเป็นเวลานานๆ หรือไม่นั่นเอง

ประเด็นที่ถกเถียงกันในเรื่องนี้ ก็มาจากในระบบเกียร์เองมีการใช้แรงดันน้ำมันในการทำงานเช่นกันเพื่อปรับตำแหน่งเกียร์ที่เหมาะสม และมีแรงดันสูง ซึ่งอาจจะทำอันตรายต่อระบบถ้าเปลี่ยนไปๆมาๆ บ่อยครั้ง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือว่า ถ้าน้ำมันมีการหมุนวนมากๆ โดยไม่เคลื่อนไหว อาจจะก่อให้เกิดความร้อนสะสม มากขึ้นในน้ำมัน และมันคือศัตรูที่สำคัญ ที่ทำให้ระบบเกียร์เสื่อมสมรรถนะเร็วขึ้นเช่นกัน  รวมถึงในส่วนของระบบคลัทช์ระหว่างเฟืองเกียร์ด้วย ที่จะพร้อมทำงานตลอดเวลา ซึ่งจะเห็นได้ว่าไม่ว่าอย่างไรก็มีการเสื่อมสมรรถนะได้ทั้งสิ้น

**ดังนั้นในเรื่องนี้ถ้ามองแล้วต้องมาพบกันตรงกลาง คือถ้าคิดว่ารถติดเวลานานมาก สาหัสมากก็ให้เปลี่ยนตำแหน่งจาก  D  มา N  น่าจะดีกว่า และเช่นเดียวกัน ถ้าตัวเลขเวลารอที่สี่แยกไม่ได้นานอย่างที่คิด ก็คงค้างที่ตำแหน่งเดิมแล้วเหยียบเบรกเอาก็น่าจะดีกว่าเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้ดุลพินิจของผู้ขับขี่

3.       เรื่องความประหยัด ประเด็นที่ถกเถียงกันมากถัดมานั้นก็คงไม่พ้นเรื่องของความประหยัดในการใช้น้ำมันของเครื่อง ระหว่างการเปลี่ยนตำแหน่งหรือไม่เปลี่ยน เรื่องนี้อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับชุดเกียร์ แต่ก็อธิบายไม่ยาก และสามารถตอบได้จากเหตุผลข้อที่แล้วว่า ทุกครั้งที่เราเข้าเกียร์  D  เหยียบเบรกแล้วรถไม่เคลื่อนมาจากการกำลังเบรกต้านไว้ มันก็คือการที่เราสั่งรถเดินหน้าอยู่ตลอดเวลา

ทั้งที่ความจริงเราไม่ได้จะเดินหน้า ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ โดยตรงเพราะในรถบางรุ่นจะมีการปรับการทำงานเครื่องยนต์ให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อยเพื่อความสะดวกและให้กำลังของการออกตัว และมันหมายถึงการสิ้นเปลืองน้ำมันนั่นเอง  โดยเฉพาะเมื่อเครื่องยนต์พยายามที่จะสู้กำลังเบรกอย่างต่อเนื่องยิ่งทำให้มีความต้องการเร่งในช่วงสั้นๆบ่อยครั้ง ซึ่งคุณสามารถสังเกตได้ว่าเมื่อเข้าเกียร์จะมีการใช้อรอบเครื่องยนตืที่สูงกว่าตอนที่เราไม่เข้าเกียร์ D  หรืออยู่ในตำแหน่งเกียร์ N

แม้การปรับตำแหน่งเกียร์  N  ไป D  จะมีข้อดีและเสียต่างกัน แต่การเปลี่ยนตำแหน่งนี้ ก็ยืนยันว่ามันไม่สร้างความสึกหรอเท่ากับ การเปลี่ยนตำแหน่งกับสู่เกียร์  P  ไปมาเป็นประจำที่รถหยุดซึ่งบางคนมักทำติดเป็นนิสัย หากแต่ไม่ว่าวันนี้คุณจะมีเหตุผลอะไร ทางออกที่ดีในการถนอมชุดเกียร์และปลอดภัยที่สุด ในการขับขี่เพื่อป้องกันไม่เผลอเรอ คือการปรับตำแหน่งเกียร์ไปที่ N เมื่อรถติดเป็นเวลานานๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดคือคุณในฐานะผู้ขับขี่ต้องตัดสินใจว่าเมื่อไรควรจะปรับเข้าสู่  N
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17 ธ.ค. 2013, 16:10:34 โดย phaophandi »
Gray Mica Attrage Room กลุ่มของคนรักแอททราจ สีเทา-ดำ

https://web.facebook.com/groups/229701467210106/

ออฟไลน์ hurikain

  • AC No.247
  • สมาชิก 500 ไมล์
  • *********
  • สมาชิก ID: 3649
  • กระทู้: 973
  • พลังน้ำใจ : 27
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: สมุทรปราการ
  • ชื่อเล่น: เคนโจ
  • รถ: GLS Ltd. CVT
  • สีรถ: สีแดง Red Metallic
    • ดูรายละเอียด
    • ขายสบู่เอ็นไซม์ จันทร์เจ้าฉาย
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณครับผม

ออฟไลน์ somchai

  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • สมาชิก ID: 1970
  • กระทู้: 1224
  • พลังน้ำใจ : 51
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: pathumthani
  • ชื่อเล่น: chai
  • รถ: GLS CVT
  • สีรถ: สีขาวมุก White Pearl
  • อารมณ์ดี มีน้ำใจ ถนนแบ่งกันใช้ ทุกชีวิตปลอดภัย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ เราจะได้เข้าใจน้องแอททราจมากขึ้น ;) ;) ;)  จริงๆเกียร์ออโต้(ออโต้=อัตโนมัติ=ทำเองได้)ออกแบบมาให้ขับสะดวกสบาย ประมาณว่าให้เค้าทำงานเองอย่าไปยุ่งกับเค้ามากเดี๋ยวเค้างอนเอา ส่วนตัวผมจะยุ่งกับเค้าเท่าที่จำเป็นและเพื่อความปลอดภัย คือถ้ารถติดจอดนิ่งนานเป็นนาทีขึ้นไปก็ N+เบรคมือ,ติดไฟแดงไม่เกิน 20 วินาทีก็ D+เบรคมือหรือเบรคเท้า ไฟแดงนานกว่านี้ก็N+เบรคมือ,รถติดแบบขยับได้บ้างก็Dอย่างเดียว,ถ้าจอดแล้วต้องลงจากรถต้องP+เบรคมือเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย จอดแป๊บเดียวก็ต้อง P+เบรคมือนะครับเพื่อความปลอดภัยเพราะเราไม่ได้คุมรถแล้วเกิดรถเคลื่อนไปจะอันตรายมาก ฝึกให้ชินนะครับ  :) :) :)

ออฟไลน์ somza007

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 855
  • กระทู้: 77
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: อุบลราชธานี
  • ชื่อเล่น: ส้มซ่า
  • รถ: GLS Ltd. CVT
  • สีรถ: สีขาวมุก White Pearl
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


 :-* ขอบคุณครับผม....  C:-)

ออฟไลน์ nice

  • AC No.041
  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 419
  • กระทู้: 376
  • พลังน้ำใจ : 24
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: นครปฐม
  • ชื่อเล่น: ไนท์
  • รถ: GLS Ltd. CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1


กำลังสงสัยอยู่เลย ขอบคุณมาก  :'(

ออฟไลน์ tteemm

  • สมาชิก 20 ไมล์
  • ***
  • สมาชิก ID: 2477
  • กระทู้: 21
  • พลังน้ำใจ : 2
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: khonkaen
  • ชื่อเล่น: teem
  • รถ: GLS CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
  • t_tEeM
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ผมก้อทำแบบนี้ครับ
ติดไฟแดงถ้านานก้อ N เบรกมือ แปปเดียวก้อ D เหยีบเบรก ตลอดครับ
 :emo_053:

ออฟไลน์ momotakashio

  • AC No.168
  • ATTRAGE STAFF TEAM
  • สมาชิก 500 ไมล์
  • *
  • สมาชิก ID: 2553
  • กระทู้: 858
  • พลังน้ำใจ : 33
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: นครปฐม
  • ชื่อเล่น: บอล
  • รถ: GLS CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับคุณอ๋า  :emo_051:

ออฟไลน์ TeeAndPung

  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 3698
  • กระทู้: 66
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: นราธิวาส
  • ชื่อเล่น: Tee
  • รถ: GLS CVT
  • สีรถ: สีขาวมุก White Pearl
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณมากค้าบสำหรับข้อมูล  :emo_051:
“อยากชนะ” ก็ต้อง “สู้”
“อยากรู้” ก็ต้อง “อ่าน”
“อยากมีเงิน” ก็ต้อง “ทำงาน”
“อยากมีกันและกัน” ก็ต้อง “จริงใจ”

ออฟไลน์ M@NeE_69

  • AC No.172
  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 2136
  • กระทู้: 73
  • พลังน้ำใจ : 10
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Ayuttaya
  • ชื่อเล่น: M@NeE69
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


เยี่ยมเลย  ;) ;) ;)

ออฟไลน์ mengjung

  • AC No.145
  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 2400
  • กระทู้: 126
  • พลังน้ำใจ : 7
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม.
  • ชื่อเล่น: เอ็ม Attrage
  • รถ: GLS Ltd. CVT
  • สีรถ: สีขาวมุก White Pearl
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณค้าบ ได้ความรู้เพิ่มอีกแระ  ;)

ออฟไลน์ Ar.Thana

  • AC No.006
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 385
  • กระทู้: 1791
  • พลังน้ำใจ : 77
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: อ๋า
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
  • Mitsubishi Attrage (GLX CVT)
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1


ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ เราจะได้เข้าใจน้องแอททราจมากขึ้น ;) ;) ;)  จริงๆเกียร์ออโต้(ออโต้=อัตโนมัติ=ทำเองได้)ออกแบบมาให้ขับสะดวกสบาย ประมาณว่าให้เค้าทำงานเองอย่าไปยุ่งกับเค้ามากเดี๋ยวเค้างอนเอา ส่วนตัวผมจะยุ่งกับเค้าเท่าที่จำเป็นและเพื่อความปลอดภัย คือถ้ารถติดจอดนิ่งนานเป็นนาทีขึ้นไปก็ N+เบรคมือ,ติดไฟแดงไม่เกิน 20 วินาทีก็ D+เบรคมือหรือเบรคเท้า ไฟแดงนานกว่านี้ก็N+เบรคมือ,รถติดแบบขยับได้บ้างก็Dอย่างเดียว,ถ้าจอดแล้วต้องลงจากรถต้องP+เบรคมือเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย จอดแป๊บเดียวก็ต้อง P+เบรคมือนะครับเพื่อความปลอดภัยเพราะเราไม่ได้คุมรถแล้วเกิดรถเคลื่อนไปจะอันตรายมาก ฝึกให้ชินนะครับ  :) :) :)

ให้สูตร การใช้เกียร์ มาเลยนะครับ คุณชัย ขอบคุณครับ
มีอีกเรื่องที่อยากเสนอครับ เกี่ยวกับการถนมเกียร์

เวลา ที่รถจอดอยู่เกียร์ N แล้วดับเครื่อง (หรือ P)
เข้าเกียร์ P เพื่อนำกุญแจออก (สำหรับรถบิดกุณแจ)

เมื่อเราต้องการสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่
ผมจะเลือกบิดกุญแจไปที่ ตำแหน่ง ON
เหยียบเบรก แล้วเกียร์ จาก P มา N
จากนั้น จึงเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ครับ

คือ เลือกสตาร์ทที่เกียร์ N แทน สตาร์ทที่เกียร์ P
เพราะ หากเราต้องการเปลี่ยนเกียร์จาก P มาเป็น D
จะต้องเข้าเกียร์ R ก่อน ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานเกียร์ ลดลง

(ความคิดเห็นส่วนตัว ผิดถูกขออภัยครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ธ.ค. 2013, 13:49:25 โดย phaophandi »
Gray Mica Attrage Room กลุ่มของคนรักแอททราจ สีเทา-ดำ

https://web.facebook.com/groups/229701467210106/

ออฟไลน์ KPBL

  • AC No.190
  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • สมาชิก ID: 1274
  • กระทู้: 169
  • พลังน้ำใจ : 20
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ยะลา
  • ชื่อเล่น: KPBL
  • รถ: GLS Ltd. CVT
  • สีรถ: สีฟ้า Cerulean Blue Mica
    • ดูรายละเอียด
    • พูดอังกฤษ สู๊ดดดยอดดด กับ ครูพี่บังแอล
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณข้อมูลดีๆครับ เราจะได้เข้าใจน้องแอททราจมากขึ้น ;) ;) ;)  จริงๆเกียร์ออโต้(ออโต้=อัตโนมัติ=ทำเองได้)ออกแบบมาให้ขับสะดวกสบาย ประมาณว่าให้เค้าทำงานเองอย่าไปยุ่งกับเค้ามากเดี๋ยวเค้างอนเอา ส่วนตัวผมจะยุ่งกับเค้าเท่าที่จำเป็นและเพื่อความปลอดภัย คือถ้ารถติดจอดนิ่งนานเป็นนาทีขึ้นไปก็ N+เบรคมือ,ติดไฟแดงไม่เกิน 20 วินาทีก็ D+เบรคมือหรือเบรคเท้า ไฟแดงนานกว่านี้ก็N+เบรคมือ,รถติดแบบขยับได้บ้างก็Dอย่างเดียว,ถ้าจอดแล้วต้องลงจากรถต้องP+เบรคมือเท่านั้นเพื่อความปลอดภัย จอดแป๊บเดียวก็ต้อง P+เบรคมือนะครับเพื่อความปลอดภัยเพราะเราไม่ได้คุมรถแล้วเกิดรถเคลื่อนไปจะอันตรายมาก ฝึกให้ชินนะครับ  :) :) :)

ให้สูตร การใช้เกียร์ มาเลยนะครับ คุณชัย ขอบคุณครับ
มีอีกเรื่องที่อยากเสนอครับ เกี่ยวกับการถนมเกียร์

เวลา ที่รถจอดอยู่เกียร์ N แล้วดับเครื่อง (หรือ P)
เข้าเกียร์ P เพื่อนำกุญแจออก (สำหรับรถบิดกุณแจ)

เมื่อเราต้องการสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่
ผมจะเลือกบิดกุญแจไปที่ ตำแหน่ง ON
เหยียบเบรก แล้วเกียร์ จาก P มา N
จากนั้น จึงเริ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ครับ

คือ เลือกสตาร์ทที่เกียร์ N แทน สตาร์ทที่เกียร์ P
เพราะ หากเราต้องการเปลี่ยนเกียร์จาก P มาเป็น D
จะต้องเข้าเกียร์ R ก่อน ซึ่งจะทำให้อายุการใช้งานเกียร์ ลดลง

(ความคิดเห็นส่วนตัว ผิดถูกขออภัยครับ)
น่าคิด  :-X

ออฟไลน์ Ploy

  • สมาชิก 200 ไมล์
  • *******
  • สมาชิก ID: 2074
  • กระทู้: 217
  • พลังน้ำใจ : 12
  • เพศ: หญิง
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: Ploy
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีดำ Pyreness Black Mica
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ขอบคุณมากๆคะสำหรับความรู้ดีดี  ??? ??? ??? ??? ???

ออฟไลน์ Ar.Thana

  • AC No.006
  • สมาชิก 1000 ไมล์
  • **********
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 385
  • กระทู้: 1791
  • พลังน้ำใจ : 77
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: อ๋า
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีเทาดำ Eisen Gray Mica
  • Mitsubishi Attrage (GLX CVT)
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกคลับรุ่น 1


ขอบคุณมากๆคะสำหรับความรู้ดีดี  ??? ??? ??? ??? ???

ยินดีครับ คุณพลอย  ::) ::)
Gray Mica Attrage Room กลุ่มของคนรักแอททราจ สีเทา-ดำ

https://web.facebook.com/groups/229701467210106/

ออฟไลน์ zollazol

  • AC No.223
  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *****
  • สมาชิก ID: 2931
  • กระทู้: 96
  • พลังน้ำใจ : 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: ซอล
  • รถ: GLX CVT
  • สีรถ: สีขาวมุก White Pearl
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม


ข้อมูลดีต้องขอขอบคุนนะค้าบ

Tags: